บทที่ 5 5 เราเลิกกันเถอะ
หน้าจอโทรศัพท์ในมือยังคงมืดสนิท สายของบีมตัดไปแล้ว แต่ความหวังอันริบหรี่ในใจเธอกลับสว่างวาบขึ้นมาใหม่ หญิงสาวรีบกดปลดล็อกหน้าจอเพื่อโทรกลับหาแฟนหนุ่มทันที นิ้วเรียวสั่นระริกขณะที่รอสาย หัวใจเต็มไปด้วยความคาดหวังว่าการเดินหันหลังกลับมาจากความผิดพลาดในห้องนั้น จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ของเธอกับบีมเอาไว้ได้ทันเวลา...
ชายหนุ่มทอดสายตามองประตูห้องที่ปิดสนิทลงด้วยความรู้สึกอารมณ์ค้างคาและขุ่นมัว เขาทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือหนายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ เพื่อสลัดความหงุดหงิดที่ยังพลุ่งพล่านอยู่ภายใน รอบกายที่เหลือเพียงความเงียบทำให้อณูของความทรงจำเมื่อครู่ชัดเจนขึ้น กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากเรือนร่างของเธอยังคงอบอวลชวนให้หลงใหล ผิวเนื้อนุ่มละมุนที่เขาเพิ่งได้ขบเม้มประทับตรา และแววตาตื่นตระหนกราวกับลูกกวางหลงทางคู่นั้น... ทุกอย่างมันตราตรึงและปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาอย่างที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำได้มาก่อน
“บ้าชิบ...” ภาคินทร์สบถพึมพำกับตัวเองพลางก้มลงมองความต้องการกลางลำตัวที่ยังคงตื่นตัวจนปวดร้าว เขารู้สึกเสียดายจนแทบบ้า และเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการสวมบทบาทสุภาพบุรุษยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ เมื่อครู่นี้ เป็นความคิดที่ถูกหรือผิดกันแน่
ผู้หญิงคนนั้นโผล่เข้ามาปั่นหัวเขา ชวนเขาขึ้นห้องด้วยท่าทีอวดดี แต่กลับทิ้งเขาไว้กลางทางอย่างไร้ความรับผิดชอบ เพียงเพราะเสียงโทรศัพท์สายเดียว เธอกำลังเล่นเกมอะไรอยู่? แล้วใครคือคนที่อยู่ปลายสายนั้น? มุมปากของศัลยแพทย์หนุ่มกระตุกยิ้มหยันระคนท้าทาย แววตาคมดุคู่เดิมฉายแววมุ่งมั่นบางอย่างขึ้นมาแทนที่ความหงุดหงิด
“หากเธอกลับมา ผมไม่ยอมให้ไปอีกแน่... แม่กวางน้อย”
อังคณากดโทรออกหาแฟนหนุ่มอีกครั้งด้วยมือที่สั่นเทา จิตใจสับสนว้าวุ่นเกินกว่าจะยอมรับความจริง แต่เธอต้องการเค้นเอาคำสารภาพจากปากของผู้ชายที่เธอรักที่สุด
[อาย! ทำไมเมื่อกี้ไม่รับสายเค้า] ปลายสายกรอกเสียงเข้มทันทีที่กดรับ น้ำเสียงแฝงแววหงุดหงิดระคนลนลาน
“อายทำธุระอยู่ข้างนอก...” หญิงสาวพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ทว่าความหวาดระแวงและร่องรอยของความเจ็บปวดกลับปิดไม่มิด “บีมอยู่ไหน อยู่กับใคร... แล้วที่ผ่านมาบีมหายไปไหนมา”
[เค้าก็อยู่กับเพื่อนไง]
“หึ... อยู่กับเพื่อนที่ชื่อ ‘ฟ้า’ น่ะเหรอ? อายรู้เรื่องหมดแล้วนะบีม ไม่ต้องสร้างเรื่องโกหกอายอีกต่อไปแล้ว!”
[พูดบ้าอะไรของเธอ! รู้เรื่องอะไร?] บีมยังคงปากแข็งตวาดกลับเสียงสูง
“ก็เพื่อนสนิทของบีมเป็นคนบอกอายเอง แถมยังส่งรูปอุบาทว์พวกนั้นมาให้อายดูด้วย!”
[อาย เปิดกล้องดิ๊! ตอนนี้เธออยู่ไหน เค้าจะไปหา ไปคุยให้รู้เรื่อง] หญิงสาวฝืนใจกดเปิดวิดีโอคอลตามคำขอ ทว่าทันทีที่สัญญาณภาพเชื่อมต่อ ใบหน้าของแฟนหนุ่มกลับถอดสีด้วยความตกใจ... ไม่ใช่เพราะความผิดที่ตัวเองก่อ แต่เป็นเพราะภาพตรงหน้า อังคณาอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวหลุดลุ่ย ใบหน้าเนียนแดงซ่าน และลมหายใจที่ยังคงหอบกระชั้นจากบทรักเฉียดฉิวกับชายแปลกหน้าเมื่อครู่
[เฮ้ย! แต่งตัวบ้าอะไรของเธอวะนั่น แล้วทำไมหน้าแดงขนาดนั้น... เธอเมาเหรอ?! ] บีมตวาดลั่น สายตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“บีมจะมาห่วงอายทำไม! ในเมื่อบีมยังไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นได้เลย ทำไมทำแบบนี้กับอาย ทำไมต้องโกหกกันด้วย!” หยาดน้ำตาที่กักเก็บไว้เริ่มไหลรินอาบแก้ม
[พูดเรื่องอะไรเนี่ย! ใครนอนกับคนอื่น เค้าไม่ได้นอนกับใครเลยนะอาย เธอเอาอะไรมาพูดใส่ร้ายกันเนี่ย... ตอนนี้เธออยู่ไหนอาย เค้าจะไปหาเดี๋ยวนี้แหละ! ]
[บีมขา... อุ๊ย!] เสียงหวานจริตจะก้านที่แทรกเข้ามาในกล้องทำให้อังคณาชาไปทั้งร่าง เธอจำเสียงนี้ได้แม่นยำ... ยัยฟ้า เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ!
“บีมอยู่กับมัน! มันส่งรูปที่บีมนอนกอดกับมันมาให้อายดู รูปที่บีมหอมมัน จูบมัน... ส่งมาให้อายดูหมดแล้ว! ฮือ...” อังคณาร้องไห้โฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่เมื่อหลักฐานคาตาซ้อนทับกับเสียงในสาย
[นี่เธอเรียกใครว่ามันห๊ะ อาย?] ฟ้าแทรกหน้าเข้ามาในกล้อง จีบปากจีบคอพูดด้วยแววตาเยาะหยัน [บีมกับฉันเราก็ทำแบบนี้กันมาตั้งนานแล้ว มีแต่เธอคนเดียวนั่นแหละที่โง่ดักดานอยู่ได้... อ้อ พวกเรากำลังฉลองเรียนจบด้วยกันอยู่นะจ๊ะ]
[ฟ้า! หยุดพูดดิ๊! ] บีมหันไปตวาดปรามพลางพยายามผลักร่างหญิงสาวอีกคนออกไปจากหน้าจอ
“อยากได้กันมากใช่ไหม... ดี! ฉันยกให้! เราเลิกกันบีม!”
อังคณากดวางสายทันทีหลังจากสิ้นประโยคตัดสัมพันธ์ หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักอาบสองแก้มจนมองภาพตรงหน้าพร่าเลือน มือบางสั่นเทาจนแทบประคองโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่ ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นริมถนนอย่างหมดแรง คำพูดตอกย้ำจากปากของฟ้า... และท่าทางเลิ่กลั่กของบีมในวินาทีสุดท้าย มันคือกรรไกรที่ตัดความหวังริบหรี่ชิ้นสุดท้ายของเธอจนขาดสะบั้น เธอมันโง่เองอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นว่าจริง ๆ
รักและภักดีกับเขามาตลอด ยอมกระทั่งหันหลังกลับมาจากผู้ชายอีกคนในห้องนั้นเพื่อรักษาคำว่าเราเอาไว้ แต่สุดท้าย... สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคือความจริงอันโสโครกที่ว่าพวกเขาสวมเขาให้เธอมาตั้งนานแล้ว
“ฮือ...” หญิงสาวซบหน้าลงกับเข่า สะอื้นไห้จนตัวโยนอยู่ท่ามกลางความเงียบเฉียบของทางเดิน เสียงสะอื้นนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด คับแค้นใจ และสมเพชในความโง่เขลาของตัวเอง ความเสียสละและความดีที่เธอเคยเชื่อมั่น ไม่มีค่าอะไรเลยในเกมรักทรยศครั้งนี้
